[MY LIFE] his LIFE.

posted on 27 Apr 2008 00:02 by xernasa  in fiction

O r i g i n a l    F i c t i o n

b y    X E r n a s a

.

[ M Y   L I F E ]

his LIFE.

start

.

.

ชีวิตของผม

ถ้าเปรียบ "ชีวิต" เป็นบางสิ่งบางอย่าง ผมคงเปรียบชีวิตของผม กับ "กล่องใบหนึ่ง" กล่องที่บรรจุประสบการณ์ กล่องที่บรรจุความทรงจำ บรรจุช่วงเวลาต่างต่าง เหตุการณ์และเรื่องราวในชีวิตของผม บรรจุทุกสิ่งทุกอย่างอันมีค่าของผม --- ชีวิตของผม คือ กล่องสมบัติของผม

.

.

ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ครั้งหนึ่ง ผมเคยพบพานกับเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง เหตุการณ์ที่ทำให้ผมค้นพบคำตอบของคำถามที่ทุกคนคงสงสัยกัน คำถามที่บางคนคงมีคำตอบให้กับตนเองแล้ว บางคนคงยังหาคำตอบไม่ได้ บางคนที่ไม่สนใจมัน และบางคน ที่ไม่มีวันหาคำตอบของคำถามนั้นได้อีกต่อไป ผม เกือบจะกลายเป็นคนคนนั้นไปแล้ว ถ้าหากวันนั้น ผมไม่ได้พบกับคำตอบของคำถามนั้น

กับคำถาม ว่าผม อยู่ไปเพื่ออะไร

มันเป็นคำถามที่ทำให้ผมต้องทนทุกข์และทรมาน เหตุการณ์ที่เลวร้ายในความคิดของผมตอนนั้น มันหนักหนา มันสาหัส ผมรับไม่ได้ ผมทำใจไม่ได้ ผมคิดไม่ตก ผมไม่พอใจ ผมเสียใจ ทำไมผมต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย กับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ ผมเอาแต่คิดอยู่เช่นนั้น ไม่ปรึกษาใคร ไม่พูดกับใคร คิดมากจนตัดพ้อว่าตนเองเกิดมาทำไม ไม่เข้าใจ เกิดมาทำไมให้เจอกับเหตุการณ์แบบนั้น เกิดมาทำไมให้ต้องรู้สึกแบบนี้ มันเป็นช่วงที่ทำให้ผมเศร้าหมอง หมดอาลัย ถึงกับสิ้นหวัง คิดมากจนนอนไม่หลับ แล้วเมื่อหลับไปก็ฝันร้าย เอาแต่ถามตัวเองอยู่อย่างเดียว คำถามซ้ำซ้ำ คำถามเดิมเดิม คำถามที่ผมคิดว่าคงไม่มีวันหาคำตอบได้แล้ว ว่าผมมีตัวตนบนโลกใบนี้ทำไม ผม เกิดมาทำไม แล้วอยู่ ไปเพื่ออะไร

ปิดกั้นตนเอง
ผมคิดมาก คิดอยู่อย่างนั้น จนวันหนึ่งร่างกายก็แบกรับภาระหนักหนานั้นไม่ไหว จนผมล้มป่วย จนผมต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะร่างกายของผมปิดสวิตซ์ตัวเอง (เป็นอาการที่ร่างกายทำงานหนักเกินไปจนสลบเพื่อพักผ่อน)

ผมหลับไปนานกี่วัน หลับไปนานเท่าไหร่ วันนั้นวันที่เท่าไหร่ เป็นเวลาอะไร ไม่มีเรื่องราวรอบตัวใดที่ผมจำได้ด้วยตัวของผมเอง ทุกอย่างนั้นเบลอไปหมด จากอาการของร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัว จากความสิ้นหวังของจิตใจที่ทับถมมานาน ผมไม่สนใจอะไรเลยในวินาทีนั้น เพียงแต่ ตอนที่ผมลืมตาตื่นขึ้นบนเตียง (ซึ่งผมคิดว่าบนเตียง) คำถามที่ผมเอาแต่ถามตนเองมานาน คิดมากอยู่ตัวคนเดียวจนกลายเป็นแบบนี้ คำถามนั้นก็ถูกเฉลย คำตอบของคำถามนั้น มันอยู่ตรงหน้าผมนี่เอง ผมได้พบกับคำตอบแล้ว

คุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย
ทุกคน คือคำตอบของคำถามที่กัดกร่อนจิตใจของผม
คือคำตอบ ที่ผมลืมเลือน และละเลยมันไป

ผมลืมไปได้อย่างไรกันว่าทุกคนนั้น "รัก" ผมมากแค่ไหน ผมลืมไปได้อย่างไรกันว่าความรักที่แท้จริงบนโลกใบนี้นั้น มันเป็นอย่างไร ความรักของทุกคน ต่อให้ผมเป็นอย่างไร จะกลายเป็นคนบ้า หรือกลายเป็นฆาตกรก็ตาม แต่ทุกคนก็จะยังคงรักผม ความรักที่ทั้งสามคนมีให้กับผม ผมลืมมันไปได้อย่างไรกัน ความรักที่ไม่ขึ้นกับสิ่งใด ความรักที่ไม่สลายไปกับกาลเวลา ความรักอันเป็นนิรันดร์ ความรักที่แท้จริง มั่นคง

ทั้งที่ผมก็อยู่กับทุกคนมาตลอดแท้ๆ แม้แต่ตอนที่ผมพบกับเหตุการณ์เลวร้ายนั้น ทั้งสามคนคือผู้ที่เข้ามาปลอบใจและช่วยเหลือผมเป็นคนแรกแท้แท้ แต่ผมก็ลืมมันไป ผม เห็นแก่ตัว ผมมัวแต่คิดถึงตนเอง ตัดพ้อต่อชะตากรรมของตนเองจนไม่ใส่ใจคนรอบข้าง มองเห็น แต่ตาบอด เห็นสิ่งรอบตัวแต่กลับไม่สนใจที่จะมอง ความรักที่ทั้งสามคนนั้นมีให้กับผม ทั้งที่มันมากมายเหลือเกิน

ผมดีใจ ที่ผมได้พบคำตอบนั้น ก่อนที่ผมจะไม่มีวันได้พบคำตอบนี้ตลอดไป ผมดีใจ ที่ผมไม่เป็นอะไรไปซะก่อน ผมดีใจ ที่ผมมีทุกคน ตอนนี้ผมถึงคิดได้ และดีใจ ที่ไม่ต้องประจักษ์ด้วยตนเองว่า เมื่อสูญเสียสิ่งที่รักไปแล้ว จึงจะรู้ว่าตนเองนั้น รักมากแค่ไหน ผมดีใจ ที่ผมได้รู้

.

ถ้าตอนนี้ ผมเลิกรักตนเองไปแล้ว ผมไม่สนใจตนเองอีกต่อไปแล้ว หรือต่อให้ผมจากไปจากโลกใบนี้ไปไม่ว่าเมื่อไหร่ ตอนไหน ผมก็คงไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ถ้าเพียงวันนั้น ผมไม่ได้พบกับคำตอบนั้น ไม่ได้เห็นใบหน้าของทุกคนในตอนนั้น ได้ตาสว่าง ได้ประจักษ์กับความรักที่ทุกคนมีให้ผม ตอนนี้ ผม คงยังคิดแบบนั้นต่อไป ผมคง ไม่สนใจอะไรอยู่อีกต่อไป ไม่มีโอกาสได้มองเห็นสิ่งรอบกาย ไม่มีโอกาสได้ทำอะไรอะไร อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ และผมคง ไม่มีโอกาสมานั่งพิมพ์งานชิ้นนี้อยู่ อย่างตอนนี้

ณ เวลานี้ สิ่งที่มีค่าที่สุดของผม คือบุคคลทั้งสาม คือ คุณพ่อ คือคุณแม่ และน้องชายตัวเล็กของผม คือครอบครัวของผม ผมยังมีชีวิตอยู่ เพื่อบุคคลทั้งสาม ผมพยายามมีชีวิตให้เป็นสุข เพื่อบุคคลทั้งสาม แม้ผมจะเลิกรักตนเองไปแล้วจริงหรือไม่ ผมก็ไม่สนใจอีกแล้ว เพราะสิ่งที่ทำให้ผมยังอยากอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป ยังอยากมีชีวิตที่สงบสุขต่อไป เพียงเพื่อบุคคลทั้งสามนั้น เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย เพื่อบุคคลทั้งสามอันเป็นที่รักของผม

คือกล่องสมบัติของผม

แด่เธอ ผู้เป็นที่รัก

.

END

.

.

อ่านจบก็คิดได้อย่างเดียวว่า ต้องไปพัฒนาการทักษะใช้คำอีกเยอะเลยเชียว ฮะฮะ ผลงานเขียน(แบบเร่งรีบนิดนิง)เมื่อเกือบปีแล้ว เป็นงานส่งอาจารย์น่ะ ...ว่าแต่ อาจารย์ให้ส่งนิยายหรือไง ? -- ไม่เลยค่ะ หัวข้อมันคือ "อุปมาอุปไมยชีวิต" ต่างหาก แต่กลับแต่งนิยายไปส่งแทน มิน่าหล่ะ ถึงได้บีบวกมา ฮะฮะ orz

พูดถึงทักษะการเขียนการเรียบเรียงแล้ว อีเซก็แสนจะมีอยู่น้อยนิดเหลือเกิน ทั้งที่มีโครงเรื่องให้เขียนอยู่โขทีเดียว (แถมแต่ละเรื่องก็ไม่ใช่สั้นสั้นเสียด้วย) แต่...ก็เพราะแบบนี้หล่ะ(แบบไหนหล่ะ ?) เซถึงไม่ได้เอามาลงบล็อกสักที(ใช่เรื่องเลยนะ เหอเหอ) อีกส่วนก็เพราะ อะ อะ อาย ด้วยน่ะ ฮะฮะ... orz

...

จะอายไปทำไม เขาก็รู้อยู่แล้วว่าแกน่ะมันสายวายนี่ -- ถึงอย่างนั้น ก็ยังอายอยู่ดีแหล่ะ ฮะฮะ... ใช่เรื่องจริงจริงค่ะ (ไอบ้าเอ้ย!!!)

...

.

บ่นไปงั้น พอดีช่วงนี้กำลังอารมณ์ดี เหมือนการ์ตูนดีดีที่คงไม่มีวาสนาได้อ่านแบบลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ฮึฮึฮึ (มั่วหล่ะ)

.

.

ปล. จะได้เจอใครในงาน CP10 บ้างน้า~

ปปล. สำหรับท่านที่ชอบรูปท้องฟ้านั้น
นี่ คือแบบเต็มตัวค่ะ ใหญ่เต็มที่
สามารถนำไปใช้เป็นวอล'สบายเลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry